แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Samsung แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Samsung แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2558

พรีวิวโทรศัพท์เคลื่อนที่ Samsung Galaxy S6 มาจากนั้น!

พรีวิว Samsung Galaxy S6 มาแล้ว! โหมโรงพร้อม Samsung Galaxy S6 edge มือถือขอบจอโค้ง 2 ด้าน หน้าจอ 5.1 นิ้ว ตัวเครื่องโลหะ และกล้อง 16 ล้านพิกเซล จำหน่าย 10 เมษายนนี้
เริ่มอย่างเป็นทางการไปแล้ว เพราะ Samsung Galaxy S6 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด ที่เรียกได้ว่า เป็นรุ่นที่ทาง ซัมซุง คิดใหม่ทำใหม่ เลยก็ว่าได้
ซึ่งความเปลี่ยนแปลงอย่างแรก ที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน นั่นก็คือ ดีไซน์ใหม่ เพราะว่าเปลี่ยนจาก ตัวเครื่องพลาสติก มาเป็น ตัวเครื่องโลหะผสมกระจก อีกทั้งยังบางลงกว่าเดิม จับได้ถนัดมือมากขึ้น ซึ่งก่อนที่ Samsung Galaxy S6 จักเริ่มและวางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ เรามาชม พรีวิว Samsung Galaxy S6 กันก่อนว่า มือถือเรือธงรุ่นล่าสุดนี้ จะน่าใช้กว่าเดิม พร้อมด้วยมีดีไซน์ที่สวยขึ้นมากแค่ไหน

มาเริ่มกันที่ ดีไซน์ ของ Samsung Galaxy S6 กันก่อน โดยรุ่นนี้ ถือว่าเป็นรุ่นแรกในตระกูล Galaxy S ที่เปลี่ยนจาก ตัวเครื่องพลาสติก มาเป็นตัวเครื่องแบบโลหะผสมกระจก ซึ่งกระจกที่ใช้บน Samsung Galaxy S6 นั้นก็คือ Gorilla Glass 4 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงเป็นพิเศษอยู่แล้ว
เกี่ยวกับปุ่ม Home นั้น ยังคงมี เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ เช่นเดียวกับ Samsung Galaxy S5 แต่ได้เปลี่ยนวิธีการสแกนใหม่ จากการรูดแล้วลากขึ้น กลายเป็นแตะเพื่อปลดล็อคแทน เรียกได้ว่า สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้นกว่าเดิม

Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับหน้าจอกว้าง 5.1 นิ้ว แบบ Super AMOLED Display ความละเอียด 1440 x 2560 พิกเซล (QHD) เพราะมีจำนวนพิกเซลต่อตารางนิ้วสูงถึง 577 ppi ที่ช่วยทำให้การแสดงผลภาพในที่กลางแจ้ง ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อน ส่วนหน่วยประมวลผล ใช้ชิปเซ็ต Exynos 7420 แบบ Octa-Core Processor (64-bit) ที่ผลิตเพราะว่าสถาปัตยกรรม 14nm รุ่นแรกของโลก พร้อมหน่วยความจำ RAM 3 GB ซึ่งจะช่วยทำให้ประมวลผลได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น แต่ใช้พลังงานแบตเตอรี่น้อยลง

มากันที่เรื่องของกล้องถ่ายรูปกันบ้าง เพราะ Samsung Galaxy S6 รุ่นนี้ ดูเหมือนว่า ทางซัมซุง จักเน้นเรื่องการถ่ายรูปเป็นพิเศษ เนื่องจากใช้เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างสูงสุด F/1.9 ทั้งกล้องด้านหน้า พร้อมทั้งด้านหลังนั่นเอง เพราะกล้องด้านหน้า มาพร้อมกับความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องด้านหลัง ความละเอียดอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ Quick Launch ที่รอบรู้เข้าใช้งานกล้องได้อย่างรวดเร็วในเวลา 0.7 วินาที แค่ดับเบิลคลิกที่ปุ่ม Home ครับ
เนื่องด้วยใครที่กังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดไว ตามที่ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอแบบ QHD นั้น คงจักหายห่วงกันไปได้เลย เนื่องจากว่า Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับฟีเจอร์ Fast Charging ด้วยการชาร์จพ่างแค่ 10 นาที แต่เก่งใช้งานได้นานถึง 4 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังรองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายอีกด้วย
ส่วนบริการน้องใหม่แกะกล่องอย่าง Samsung Pay บริการชำระเงินตัดผ่านมือถือ เรียกได้ว่า น่าสนใจมากเลยทีเดียวครับ ด้วยการใช้เทคโนโลยี NFC กับ Magnetic Secure Transmission (MST) จากบริษัท LoopPay ที่ซัมซุงเพิ่งจักเข้าซื้อกิจการไปพอไม่นานมานี้ นอกจากนี้ ยังรับประกันความปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยี Samsung KNOX บวกกับระบบสแกนลายนิ้วมือนั่นเอง

เท่าแค่การ พรีวิว Samsung Galaxy S6 ในเบื้องต้น ก็คงทำให้ มือถือเรือธงน้องใหม่ล่าสุดรุ่นนี้ น่าใช้พร้อมกับน่าสัมผัสกันบ้างอย่างแน่นอน ส่วน Samsung Galaxy S6 จะควงคู่มาพร้อมกับ Samsung Galaxy S6 edge เปิดตัวในไทยครั้งไหร่ และจะเคาะมูลค่าบุกเบิกต้นที่เท่าไหร่นั้น คงต้องติดตามกันรองลงไปครับ - phonearena.com
สรุปสเปค ฟีเจอร์ และคุณสมบัติที่น่าสนใจของ Samsung Galaxy S6

เริ่มอย่างเป็นทางการแล้ว เพราะด้วย Samsung Galaxy S6 มือถือเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ในปีนี้ โหมโรงพร้อมกับ Samsung Galaxy S6 edge มือถือขอบจอโค้ง 2 ด้าน ตามข่าวเลื่องก่อนหน้านั้นนั่นเอง
โดยดีไซน์ของทั้ง Samsung Galaxy S6 กับ Samsung Galaxy S6 edge นั้นตรงกับภาพหลุดที่เปิดปากออกมาก่อนหน้า ไม่ว่าจักเป็น กรอบตัวเครื่องแบบโลหะ, บอดี้แบบกระจกทั้งด้านหน้า พร้อมด้วยด้านหลัง ที่ทำให้ Samsung Galaxy S6 นั้น ดูพรีเมียมกว่ารุ่นก่อนหน้ามากเลยทีเดียว

Samsung Galaxy S6 edge
นอกจาก Samsung Galaxy S6 จักชูจุดเด่นในเรื่องของ ดีไซน์ เป็นหลักแล้ว ยังมาพร้อมกับกล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9 ช่วย ในเรื่องของการถ่ายภาพในที่แสงน้อยเป็นหลัก ทำให้ได้ภาพที่คมชัด พร้อมทั้งสว่างสดใสมากกว่า มือถือรุ่นอื่นๆ นอกจากนี้ ยังรองรับการทำธุรกรรมแบบออนไลน์ กับ Samsung Pay ระบบการ จ่ายเงินลอด NFC พร้อมด้วย Magnetic Secure Transmission (MST) ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมจาก LoopPay ที่ซัมซุงได้เข้าซื้อกิจการไปทันทีที่ไม่นานนี้นั่นเอง

Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลกว้าง 5.1 นิ้ว แบบ Super AMOLED ความละเอียด 2560 x 1440 พิกเซล (577 ppi) ซึ่งกระจกหน้าจอนั้น เป็นแบบ Corning Gorilla Glass 4 ที่ทางซัมซุง การันตีว่า มีความแข็งแรงทนทานมากเป็นพิเศษ พร้อมด้วยไม่โค้งงออีกด้วย
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับชิปเซ็ต Exynos 7420 ที่ทางซัมซุงพัฒนาเอา โดยเป็นชิ ปเซ็ตแบบ 64-bit ประกอบไปด้วย หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Cortex-A57 Processor ความเร็ว 2.1 GHz พร้อมทั้ง Quad-Core Cortex-A53 Processor ความเร็ว 1.5 GHz, หน่วยประมวลผลภาพกราฟิค Mali-T760 GPU ด้วยกันหน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB ส่วนหน่วยความจำภายในตัวเครื่อง มีให้เร่ำลือก 3 ขนาดความจุด้วยกัน ได้แก่ 32 GB, 64 GB พร้อมด้วย 128 GB ซึ่ง Samsung Galaxy S6 ไม่อาจเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้ครับ
นอกจากนี้ Samsung Galaxy S6 ยังรองรับ LTE Cat.6, Wi-Fi ac, Bluetooth 4.1, NFC, GPS + GLONASS พร้อมด้วย Beidou, IR blaster รวมไปถึงวิทยุ FM radio
รัน Android 5.0 (Lollipop) พร้อม TouchWiz ดีไซน์ใหม่

Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 5.0 (Lollipop) ตั้งแต่แกะกล่อง ครอบทับด้วยTouchWiz UI เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการออกแบบใหม่ มีดีไซน์ที่เรียบง่ายขึ้น พร้อมทั้งน่าใช้งานมากขึ้นกว่าเดิม
กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เน้นถ่ายรูปในที่แสงน้อย

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ทาง ซัมซุง ภูมิใจนำเสนอ นั่นก็คือ กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์แบบ ISOCELL กับระบบกันภาพสั่นแบบ OIS นอกจากนี้ Samsung Galaxy S6 ยังมาพร้อมกับรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9 ที่ทางซัมซุง คอนเฟิร์มว่า หมดห่วงเรื่องการถ่ายรูปในที่แสงน้อยไปเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังมีไฟแฟลชแบบ LED และ Heart Rate Sensor วัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ด้านหลังตัวเครื่องอีกด้วย
ส่วนกล้องด้านหน้า มาพร้อมกับความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9 เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีระบบเปิดกล้องเร็วแทบ 0.7 วินาที (Quick Launch) ด้วยการกดที่ปุ่ม Home 2 ครั้ง

เปรียบเทียบภาพถ่ายของกล้องด้านหลัง ระหว่าง iPhone 6 Plus พร้อมทั้ง Samsung Galaxy S6

เปรียบเทียบการถ่ายวีดีโอ ระหว่าง iPhone 6 Plus พร้อมด้วย Samsung Galaxy S6
Fast Charging ชาร์จแบตได้เร็วขึ้น

Samsung Galaxy S6 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 2550 mAh ซึ่งไม่ศักยถอดแกะฝาหลังเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้อีกต่อจากนั้น ทำให้ทางซัมซุง ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ นั่นก็คือ Fast Charging ด้วยการชาร์จเพียง 10 นาที แต่เชี่ยวชาญใช้งานได้นานถึง 4 ชั่วโมง ซึ่ง ชาร์จเร็วกว่า Samsung Galaxy S5 ถึง 1.5 เท่า ด้วยกันเท่าที่เทียบการชาร์จในระยะเวลาที่เท่ากัน Samsung Galaxy S6 จะอยู่ได้นานกว่า iPhone 6 ถึง 50% ครับ
Samsung Pay ระบบการชำระเงินบนมือถือแบบใหม่

หลังจากที่ซัมซุงเข้าซื้อกิจการของ LoopPay ไปครั้นไม่นานมานี้ ก็ได้เปิดตัวเทคโนโลยีที่มากับบริษัทดังกล่าว ภายใต้ชื่อ Samsung Pay นั่นเอง เพราะว่า Samsung Pay รองรับการใช้งานทั้ง Visa และ Mastercard ซึ่งนอกจากจักจ่ายพ้นเทคโนโลยี NFC แล้ว ยังอาจจักใช้งานข้าม Magnetic Secure Transmission (MST) ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมจาก LoopPay นั่นเอง ทำให้มีร้านค้ารองรับบริการดังกล่าวกว่า 30 ล้านร้านค้าทั่วโลกเลยทีเดียว
นอกจาก Samsung Pay จะรองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตตัดผ่านโทรศัพท์มือถือแล้ว ยังรองรับการจ่ายเปลี่ยนบัตรเติมเงิน พร้อมทั้งบัตรของขวัญอีกด้วย ส่วนในเรื่องของความปลอดภัย มี Samsung KNOX พร้อมด้วย ARM TrustZone รองรับอีกทีครับ
Samsung Pay จะเปิดให้ใช้บริการในช่วงหน้าร้อนนี้ ในสหรัฐฯ พร้อมกับเกาหลีใต้ก่อน โดยในช่วงแรก รองรับการใช้งานเฉพาะบน Samsung Galaxy S6 กับ Samsung Galaxy S6 Edge เท่านั้น
สนนราคา ด้วยกัน วันวางจำหน่าย Samsung Galaxy S6 ในไทย

ในงานเริ่ม ทางซัมซุง ได้ประกาศว่า จักวางจำหน่ายทั้ง Samsung Galaxy S6 พร้อมทั้ง Samsung Galaxy S6 Edge ในวันที่ 10 เมษายนนี้ ใน 20 ประเทศ แต่ยังไม่ได้มีการระบุว่า มีประเทศใดบ้าง งานนี้ สาวกซัมซุงในไทย คงต้องไปลุ้นกันอีกทีว่า ประเทศไทย จะมีสารบาญอยู่ใน 20 ประเทศแรกหรือไม่ไม่ ส่วนค่า ยังไม่มีการเปิดแสดงตัวในงาน
อย่างไรก็ดี ก่อนที่จะมีงานเริ่ม Samsung Galaxy S6 พร้อมกับ Samsung Galaxy S6 edge ได้มีข้อมูลมูลค่าของทั้ง 2 รุ่นแย้มออกมา ทั้ง 3 ขนาดความจุ สรุปคร่าวๆ ได้ดังนี้ครับ
ค่า Samsung Galaxy S6 (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 32 GB :€749 (ประมาณ 27,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 64 GB :€849 (ประมาณ 31,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 128 GB : €949 (คาดคะเน 34,000 บาท)
ค่า Samsung Galaxy S6 edge (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 32 GB :€849 (ราวๆ 31,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 64 GB :€949 (ประมาณการ 34,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 128 GB : €1049 (ประมาณ 38,000 บาท)
ซึ่งมูลค่าข้างต้นนี้ เป็นมูลค่าที่อยู่ในประเทศแถบโซนยุโรป แน่นอนว่า มีมูลค่าที่สูงกว่า ประเทศในแถบเอเชีย อย่างบ้านเราเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ถ้าหากเรามาลอง คำนวณ ราคา Samsung Galaxy S6 แบบคร่าวๆ สมมติให้ มูลค่า Samsung Galaxy S6 เท่ากับ สนนราคา Samsung Galaxy S5 ตอนเปิดตัว ที่ 23,800 บาท
ส่วนมูลค่า Samsung Galaxy S6 edge ให้อ้างอิงจากมูลค่า Samsung Galaxy Note Edge (แต่สมมติให้ถูกกว่า 1,000 บาท) จักสรุป ราคา Samsung Galaxy S6 พร้อมด้วย Samsung Galaxy S6 Edge ในไทย ได้ดังนี้
มูลค่า Samsung Galaxy S6 ในไทย (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 32 GB ราคา 23,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 64 GB ราคา 27,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 128 GB มูลค่า 31,800 บาท

ราคา Samsung Galaxy S6 edge ในไทย (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 32 GB ราคา 27,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 64 GB มูลค่า 31,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 128 GB ราคา 35,800 บาท
อย่างไรก็ดี มูลค่า Samsung Galaxy S6 กับ Samsung Galaxy S6 edge ในไทยข้างต้น เป็นการหมายการเท่านั้น ไม่ใช่ค่าแน่นอนแต่อย่างใด ต้องติดตามกันถัดจากนั้นว่า ซัมซุง ประเทศไทย จะประกาศค่าของทั้ง 2 รุ่น ไว้ที่เท่าใดครับ

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1395065/

วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2558

Samsung Galaxy S6 Edge กับ 5 สิ่งที่เอ็งอาจยังไม่รู้ ?

การโหมโรง Samsung  แบบ แพ็คคู่ แม้ดีไซน์พร้อมด้วยฟีเจอร์โดยรวมแทบไม่ต่างกัน แต่ความน่าสนใจของ Galaxy S6 Edge อยู่ที่หน้าจอแสดงผลที่โค้งเอียงลงทั้งด้านซ้ายและขวา ซึ่งนอกจากจักเป็นการแสดงเทคโนโลยีด้านจอภาพของ Samsung เองแล้ว Galaxy S6 Edge ยังมีอีก 5 เรื่องที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน ?
1. หน้าจอด้านข้างเสมือนจอที่สอง
Galaxy-S6-edge
หน้าจอที่โค้งเอียงลงมาด้านข้างของ Galaxy S6 Edge ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความเลิศหรู แต่มันอาจจะเป็นหน้าจอแสดงผลหรือไม่แจ้งเตือนได้ พร้อมกับสนับสนุนให้ผู้ใช้อาจจะกำหนดแอพพลิเคชันที่ใช้บ่อยครั้ง เหตุด้วยการเรียกใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
2. แบตเตอรี่กับการทำงานร่วมกับชิปประมวลแบบใหม่ 
แม้ Galaxy S6 Edge จะให้แบตเตอรี่ความจุเช่น 2600 mAh ซึ่งน้อยกว่าที่หลายคนคาดหวัง แต่ด้วยชิปประมวลแบบใหม่ที่ Samsung ระบุว่าเป็นการออกแบบภายใต้สถาปัตยกรรม 14 นาโนเมตร จะคอยช่วยจัดสรรการใช้พลังงานได้อย่างประสิทธิภาพ รวมไปถึงเป็นการลดการใช้ พลังงาน ส่งผลดีต่อชั่วโมงการใช้งานที่ยาวนานยิ่งขึ้น
3. แบตเตอรี่ถอดไม่ได้อีกหลังจากนั้น
Galaxy-S6-edge-3
หลายคนที่ใช้สมาร์ทโฟนของ Samsung อาจคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแบตเตอรี่ ใช่ไหมการถอดแบตเตอรี่ในกรณีที่เครื่องค้าง เป็นต้น แต่ด้วยใน Samsung Galaxy S6 Edge หรือว่า Galaxy S6 จักไม่สมรรถถอดแบตเตอรี่ได้อีกต่อจากนั้น ดังนั้นหากแบตเตอรี่ใกล้จักหมดทางเลือเลื่องกที่ช่วยยืดชั่วโมงการใช้งาน คือการใช้ Ultra Saving Mode ไม่ใช่หรือการใช้ Power Bank นั่นเอง
4. ตำแหน่งของลำโพง
Galaxy-S6-edge-2
แม้สาวก iPhone จักแอบเหน็บแนมว่าบางส่วนของการออกแบบ Samsung Galaxy S6 Edge หรือว่า Galaxy S6 จักมีความคล้ายคลึงกับ iPhone 6 / iPhone 6 Plus อาทิ ตำแหน่งลำโพงที่ถูกขนมาอยู่ด้านล่างตัวเครื่อง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้มาพร้อมกับประสิทธิภาพของเสียงที่ดีขึ้นและ ความดังที่มากขึ้นเช่นกัน
5. Micro SD ไม่มีอีกแล้ว
ความจุภายในของ Samsung Galaxy S6 Edge หรือไม่ Galaxy S6 เกริ่นต้นที่ 32 GB, 64 GB กับ 128 GB ตามลำดับ ซึ่งสิ่งที่คู่กับตระกูล Galaxy S มาโดยตลอดนั่นคือ micro SD เพราะการเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูล แต่ในเจเนอเรชั่นที่ 6 ทาง Samsung ได้ตัดสิ่งนี้ออกไป พร้อมกับยกเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Universal Flash Storage หน่วยความจำใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพราะว่า Samsung ช่วยให้การอ่านหรือเขียนข้อมูลทำได้เร็วพร้อมทั้งมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
Samsung Galaxy S6 Edge เตรียมวางขาย 10 เมษายน ศกนี้
ภาพจาก Wired

วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ยอดย่อใจความธุรกิจ Thailand Mobile Expo 2015 เมื่อวันที่ 12-15 กุมภาพันธ์

Thailand Mobile Expo 2015 สุดคึกคักรับต้นปี ยอดผู้เข้าชมงาน และยอดเงินสะพัดเติบโตทะลุเป้า
     บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด ผนึกกำลังพันธมิตรโทรศัพท์มือถือกว่า 40 แบรนด์ดังชั้นนำ อาทิ Samsung, OPPO, i-mobile, Microsoft, Sony, HTC, LG, Wiko, VIVO พร้อมด้วย Huawei ร่วมด้วยโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ทั้ง 4 ค่าย AIS, DTAC, TrueMove H, TOT พร้อมด้วยบริษัทคู่ค้า จัดงาน Thailand Mobile Expo 2015 ครั้งที่ 20 มหกรรมมือถือ ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ตราบใดวันที่ 12 - 15 กุมภาพันธ์ ที่ทะลวงมา
     นาย โอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด เปิดปูดถึงภาพรวมของการจัดงานThailand Mobile Expo 2015 ว่ามีจำนวนผู้เข้าชมงาน พร้อมด้วยยอดเงินสะพัดเติบโตเป็นที่น่าพอใจ ในระดับที่เรียกได้ว่าเกินคาด ด้วยตัวเลขของยอดเงินสะพัดภายในงาน 1.5 พันล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับการจัดงานในครั้งก่อน
     ทั้งนี้เนื่องแต่สมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่มีมูลค่าสูงยังคงมีกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ซึ่งเป็นสิ่งที่เกินกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนจัดงาน ว่ากลุ่มผู้บริโภคจะเทกำลังซื้อไปที่กลุ่มสมาร์ทโฟนระดับขึ้นต้นต้น ไปจนถึงระดับกลางมากกว่า
     แต่ถึงกระนั้นก็ต้องยอมรับว่ากลุ่มสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น ไปจนถึงระดับกลางซึ่งมาพร้อมสเปคสุดคุ้มก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นให้จำนวนยอดเงินสะพัดภายในงานเติบโตได้ดี ทั้งนี้ก็เป็นผลมาจากการแข่งขันอันดุเดือดของตลาดสมาร์ทโฟน ที่ทำให้กลุ่มผู้บริโภคสมรรถเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ
     ซึ่งมีสเปคเทียบเท่าสมาร์ทโฟนระดับสูง อาทิหน่วยประมวลผล 64 bit, หน่วยประมวลผลแบบ Octa-core, รองรับการเชื่อมต่อ 4G, RAM 2 GB, กล้องถ่ายภาพความละเอียดสูง ฯลฯ ได้ในระดับค่าไม่ถึงหมื่นบาท นอกจากนี้การเปิดพื้นที่จัดแสดงงานเพิ่มเติมเพื่อรองรับแบรนด์มือถือที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
     พร้อมทั้งการเปิดพื้นที่จัดงาน Mobile Game Zone เพื่อตอบรับกระแสของเกมบนสมาร์ทโฟนที่กำลังมาแรง ก็ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนมาก ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้จำนวนผู้เข้าชมงานมีมากถึง 6.9 แสนคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นถึง 20% ตราบเทียบกับการจัดงานในครั้งก่อน ซึ่งจากการตอบรับที่ดีเหล่านี้ ต้องถือเป็นข่าวดีเนื่องด้วยคอเกมบนสมาร์ทโฟน ว่าจักได้พบกับ Mobile Game Zone ในการจัดงานครั้งหน้าอย่างแน่นอน
     นาย โอภาส กล่าวต่อว่า แนวโน้มในการเโจษกซื้อสมาร์ทโฟนของผู้เข้าชมงานในครั้งนี้ ยังคงพุ่งเป้าไปที่สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย เสริมด้วยเรื่องของวัสดุ, งานประกอบด้วยกันความบางของตัวเครื่อง
     อีกทั้งเทรนด์การถ่ายภาพเซลฟี่ที่กำลังมาแรงยังส่งผลให้กล้องหน้าของสมาร์ทโฟนเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภคนำมาพิจารณาร่วมด้วย นอกจากนี้ยังสังเกตได้ว่า กลุ่มผู้บริโภคได้มีการศึกษาหาความรู้ในการเเล่าลือกซื้อสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่าเหมาะสมกับการใช้งานของตัวเองมาเป็นอย่างดี ก่อนมาสัมผัส ทดลองเล่นเครื่องแน่นอนภายในงาน เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการเเล่าลือกซื้อสมาร์ทโฟนที่ประสิทธิภาพการใช้งานซึ่งตอบโจทย์ได้ตรงตามความต้องการของตัวเอง
     และเกี่ยวกับพื้นที่จัดแสดง Gadget Zone ซึ่งทางเราได้เล็งเห็นถึงกระแสความนิยม ด้วยกันได้เปิดพื้นที่เพื่อจัดแสดงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2014 จนมาถึงการจัดงานในครั้งนี้เราได้สั่ง Gadget ต่างๆ ที่เพิ่งโหมโรงไปในงาน CES 2015 ปางช่วงต้นปี มาจัดแสดงเป็นที่แรกในประเทศไทย
     ก็เป็นที่น่าดีใจว่า Gadget เหล่านี้ยังคงได้รับความสนใจเป็นอย่างดีจากผู้เข้าชมงาน เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงทิศทางตลาดของสินค้ากลุ่ม Smart Watch, Wearable Device พร้อมกับ Drone ที่น่าจักเติบโตขึ้นไปได้อีก พร้อมทั้งเป็นที่แน่นอนว่าทางเราก็ยังคงให้ความสำคัญกับ Gadget Zone ด้วยการสรรหา Gadget ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ มาจัดแสดงอย่างต่อเนื่องในการจัดงานครั้งต่อๆ ไป นายโอภาส กล่าวปิดท้าย
     แล้วพบกันใหม่ที่งาน Thailand Mobile Expo 2015 Hi-End ครั้งที่ 21 มหกรรมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งจักจัดขึ้นในวันที่ 7 - 10 พฤษภาคม 2558 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 20.00 น. เป็นต้นไป
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

25 ระดับ Anti Virus ที่โศภิตที่สุดในโลก ประจำปี 2014-2015

คงเป็นคำถามคาใจใครหลายๆถึง Anti Virus ที่ดีที่สุด ว่าสรุปแล้วโปรแกรมแอนตี้ไวรัสควรที่จะใช้ตัวไหน ใช่ไหมว่าเราควรใช้อันไหนดีจักดีที่สุด
ซึ่งในวันนี้ทางทีมงานก็ไปเจอการจัดอันดับมาจากเว็บไซด์ชื่อดังอย่าง Top Ten Reviews ที่ได้จัดอันดับ Anti Virus ยี่ห้อต่างๆ เอาไว้รวมกันมากถึง 25 อันดับ ด้วยกันครับ
เพราะว่าการจัดอันดับนั้นก็ไม่ใช่วัดจากความชอบแต่อย่างใด แต่เค้าวัดด้วยคะแนนในด้านต่างๆ เช่นฟีเจอร์ที่ Anti Virus นั้นรองรับว่าครบถ้วนใช่ไหมไม่อย่างไร , วัดจากระดับการป้องกันว่าครอบคลุมมากแค่ไหน , วัดจากประสิทธิภาพของตัวโปรแกรมเองว่าใช้งานได้ดีหรือว่าไม่พร้อมทั้งกินทรัพยากรของเครื่องเหรอเปล่า , วัดจากความสะดวกในการใช้งานเช่น ผู้ใช้เป็นได้ใช้งานได้ง่ายๆ หรือเข้าใจใช่ไหมเปล่า
รวมไปถึงวัดจากบริการหลังการขายเช่นถ้าเกิดตัวซอฟแวร์มีปัญหาหรือเครื่องเรามีปัญหาจักมีใครคอยช่วย Support ไม่ก็ไม่เป็นต้นครับ ซึ่งหมู่งานจะไม่พูดถึงรายละเอียดเรื่องนั้น
เนื่องจากค่อนข้างยาวแต่ใครที่สนใจก็อาจไปอ่านได้ที่ แต่ที่จะพูดถึงเลยก็คืออันดับที่ถูกจัดเอาไว้ครับ ซึ่ง Anti Virus ตัวไหนจักได้อันดับ 1-25 ไปดูกันเลย
25 อันดับ Anti Virus ที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2014-2015
25. AVG Antivirus
24. ViRobot Desktop
23. CyberDefender Early Detection Center
22. ParetoLogic XoftSpy AntiVirus Pro
21. F-Prot Antivirus
20. Total Defense Anti-Virus
19. TrustPort Antivirus
18. Lavasoft Ad-Aware Pro
17. VIPRE Antivirus
16. Norman Antivirus
15. Webroot Secure Anywhere Antivirus
14. Avast! Pro Antiviru
13. F-Secure Anti-Virus
12. Panda Antivirus Pro
11. ESET NOD32 Antivirus
10. G Data AntiVirus
9. ZoneAlarm Antivirus + Firewall
8. eScan Anti-Virus
7. BullGuard Antivirus
6. Avira Antivirus Premium
5. Trend Micro Titanium Antivirus
4. Norton AntiVirus
3.McAfee AntiVirus Plus
2. Kaspersky Anti-Virus
1. Bitdefender Antivirus Plus
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับทั้ง 25 อันดับข้างต้น คุ้นหูกันมากๆเลยใช่ไหมละครับ ซึ่งผมเองก็จอเสริมอีกซักเล็กน้อยสำหรับคนที่มุ่งหมายได้ปรารถนา Anti Virus ดีๆ ขอให้ซื้อของแท้นะครับ เพราะว่า Anti Virus ของแท้จักมีการอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสอยู่เสมอทำให้สารถจัดการได้อย่างทันท่วงทีครับ
เหรอถ้าใครใช้ Windows 8.1 แท้อยู่ ตัว Windows Defender ก็นับว่ารอบรู้ช่วยป้องกันไวรัสได้ระดับนึงเลยนะครับ(ถ้าไม่เข้าเว็บมั่วๆ ดาวน์โหลกไฟล์มั่วๆ) แต่เอาเป็นว่าถ้าใครไม่มีเงินลองหา Anti Virus ฟรีๆอย่าง Avira ร่มแดงมาใช้ชั่วคราวไปก่อนก็ได้นะครับ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> http://thaizones-hitech.blogspot.com

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ลือ!! Samsung Galaxy S6 ว่าจักกอบด้วยการดีไซน์ใหม่ถึงที่สุด !

Samsung Galaxy S6 - เพิ่งมีข่าวไม่ค่อยดีออกมาเกี่ยวเรื่องผลประกอบการของทาง Samsung ออกมาก็เพราะว่าดูเหมือนว่ายอดขายและกำไรนั้นมีท่าจักลดลงอย่างต่อเนื่อง




เพราะผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปี 2014 นั้นซัมซุง มียอดขายมือถือลดลงกว่า 15% ถ้าเทียบกับไตรมาสที่ 2 ด้วยกันมีกำไรจากธุรกิจมือถือ ลดลงกว่า 60% ถ้าเทียบกับไตรมาสที่ 2

ด้วยกันถ้าหากนำกำไรไปเปรียบเทียบกับของไตรมาสที่ 3 ของปีก่อนนั้น Samsung มีรายได้ลดลงถึง 74% นับว่าสูงมากๆ

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ทำให้สื่อหลายๆ สำนักพากันวิเคราะห์เกี่ยวกับว่าการมาของ Samsung Galaxy S6 ว่าน่าจักมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของดีไซน์ใหม่ทั้งหมด

ส่วนหนึ่งคงเป็นผลมาจากการที่ Samsung Galaxy S5 ทำยอดขายได้หน้าผิดหวัง เนื่องแต่ผลตอบรับไม่ดีเท่าที่คาดหวังนั้นเอง

พร้อมด้วยแน่นอนว่าเจ้าแห่งข่าวหลุดอย่างเว็บไซต์ SamMobile ก็มักไม่พลาดข่าวแบบนี้ก็เพราะว่าล่าสุดนั้นได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับมือถือสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ที่คาดว่าจักมีการโหมโรงในปีหน้า ภายใต้โค้ดเนมว่า Project Zero ออกมาแล้ว

แม้ว่าขณะนี้นั้นจักยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับ ดีไซน์ หรือว่า สเปค Samsung Galaxy S6 เลย แต่ได้ พูดออกมามากเท่าไรนัก แต่ที่แน่ๆ สื่อดังหลายสำนักก็พากันฟันธงว่ายัง มือถือสมาร์ทโฟนแบบใหม่ในตระกูล Galaxy S ก็น่าจะดีไซน์ Samsung Galaxy S6 ใหม่หมดแน่นอน!!

เรียกได้ว่าการมาของ Samsung Galaxy S6 ถือเป็นรุ่นแห่งความหวังใหม่ของทางซัมซุงเลยก็ว่าได้ งานนี้คงจะต้องติดตามกันต่อไปว่า Samsung Galaxy S6 จักดีขึ้นสวยขึ้น และเรียกความสนใจผลิตภัณฑ์ จากลูกค้ามากกว่ารุ่นเดิมๆ แค่ไหน

คาดว่าคร่าวๆเดือนเมษายน 2015 เราคงน่าจักได้เห็น  Samsung Galaxy S6 ตัวนักกันจักมีความเปลี่ยนแปลงจากพี่น้องในตระกูลมากน้อยแค่ไหน? คงต้องลุ้นกันอีกยาวไกล

ที่มา:http://hitech.sanook.com/1392637

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> http://thaizones-hitech.blogspot.com/

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

SAMSUNG GEAR S เปิดฉากอย่างเป็นทางการวันแรกในประเทศไทย 7 พ.ย. ตรงนี้ 11,900 บาท พร้อมกับ GEAR CIRCLE สนนราคา 2,900 บาทเท่านั้น




ในที่สุดทางซัมซุงก็ประกาศวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วของ Samsung Gear S นาฬิกาอัจฉริยะใส่ซิมได้ที่ ใช้ควบคู่กับ Galaxy Note 4 เก๋ๆ เพราะจะขึ้นต้นวางจำหน่ายกันในวันที่ 7 พฤศจิกายนเป็นต้นไปในมูลค่าเปิดฝาต้นที่11,900 บาท กับจักวางจำหน่าย Samsung Gear Circle พร้อมๆ กันที่มูลค่าตั้งต้นต้น 2,900 บาทด้วย!!

คนไหนที่กำลังตั้งตารอ Gadget ตัวใหม่จาก ทางซัมซุงอยู่ วันที่ 7 นี้เตรียมตัวกันให้พร้อม สองคู่หูดูโอ Samsung Gear S พร้อมทั้ง Gear Circle จะบุกตลาดประเทศไทยกันอย่างเป็นทางการแล้วนั่นเอง ซึ่งสเปคคร่าวๆ ของทั้งคู่มีดังนี้

Samsung Gear S
– หน้าจอเป็น Curved Super AMOLED 2.0″ 360 x 480
– ชิปเซ็ตคือ Dual-core 1.0 GHz
– RAMที่ 512MB, ROMที่ 4GB
– มี Tizen OS
– แบตเตอรี่อยู่ที่ 300 mAh
– รองรับการต่อ WiFi, Bluetooth พร้อมกับ USB 2.0
– มีเซ็นเซอร์ที่ติดมา Accelerometer, Gyroscope, Compass, Heart Rate, Ambient Light, UV พร้อมด้วย Barometer
– รองรับระบบ 3Gเคลื่อนความถี่ 850 / 900 / 1900 / 2100 MHz

Samsung Gear Circle
– ชิปเซ็ตคือ CSR 8670 : Support SoundAlive™, NR, EC
– รองรับการต่อ Bluetooth 3.0 / HSP / HFP / A2DP / AVRCP
– มีมอเตอร์มีระบบสั่น
– ตัวเครื่องเคโจษจันบเป็น p2i nano-coating กันเปียกกันชื้น
– แบตเตอรี่อยู่ที่ 180 mAh
– ชาร์จแบตเตอรี่สร้างผ่านทาง microUSB
– มีเซ็นเซอร์ที่ติดมา Magnetic Sensor (Smart Magnetic Clasp Control), Touch sensor (Volume Control)

ใครรออยู่ศูกร์นี้เตรียมตัวจ่ายกันได้เลยๆ

ติดตามข่าวมือถือซัมซุง โทรศัพท์มือถือ โน๊ต 4 กาแลกซี่โน๊ต หรือไม่ก็อื่นๆ ได้ที่ : http://thaizones-hitech.blogspot.com/computer/samsung


วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ทำความรู้จัก System Restore การเคลียร์ปัญหาคอมฯหมูๆ เมื่อมีปัญหา

   เมื่ออาทิตย์ก่อนเรามีข่าวแจ้งเตือน 6 โปรแกรมอันตราย ที่ทางญี่ปุ่นออกเตือนประชาชนไม่ใช่ติดตั้งกันไปแล้ว วันนี้เรามีวิธีง่ายๆที่จะแก้ไขปัญหา ปางโดนโปรแกรมอันตรายเหล่านั้นเล่นงาน หรือไม่ก็จะใช้ครั้นมีปัญหา จากไวรัสและมัลแวร์อื่นๆ ก็ได้เช่นกัน
   อันตรายจากโปรแกรมเหล่ายัดเยียดทั้งหลายนั้น นอกจากจักทำตัวเป็นมัลแวร์ เกาะติดหนึบในเครื่องคอมพิวเตอร์ ลบออกยากไม่ยอมตายแล้ว บางชนิดยังมีอันตรายต่อความปลอดภัยในข้อมูลส่วนตัวของเราอีกด้วย
   เพราะว่าโปรแกรมบางตัวจะเป็นสปายแวร์ฝังตัวอยู่ในคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งขโมยข้อมูลการใช้งานของคอมพิวเตอร์เรา ไม่ว่าจักเป็นการพิมพ์ข้อความ ไอดี พาสเวิร์ด สำคัญต่างๆ กับโปรแกรมบางตัวก็ยังทำการแก้ไข ดัดแปลงรีจิสเตอร์ของวินโดวส์เรา จนทำให้เครื่องพังได้อีกด้วย สุดท้ายก็ต้องลบด้วยกันลงวินโดวส์ใหม่
   การลงวินโดวส์ใหม่แต่ละทีก็ไม่ใช่งานง่ายๆ เพราะว่าแค่ติดตั้งวินโดวส์ใหม่ก็เสียเวลาแล้ว แต่ที่เสียเวลามากกว่าก็คือการแบ็คอัพข้อใลและโปรแกรมที่เราใช้งานเก่าๆ เอาไว้ก่อน
   ด้วยเหตุที่ลงวินโดวส์ใหม่ ไฟล์ต่างๆพร้อมทั้งโปรแกรมที่ลงไว้ก็จักหายหมด จึงต้องทำการแบคอัพไว้ที่ไดร์ฟเก็บข้อมูลสำรองก่อนที่จะฟอร์แมทวินโดวส์ทิ้ง ทำให้เสียเวลามาก System Restore จึงเป็นอีกทางเเอิกเกริกกในการแก้ปัญหาเพราะที่ไม่ต้องลงวินโดวส์ใหม่
การใช้งาน System Restore (ทั้ง Windows 7 กับ 8)
   1 ไปที่เมนู Control Panel แล้วดับเบิ้ลคลิก System ตามด้วย System Protection
   2 จะมีป็อปอัพหน้าต่าง System properties ขึ้นมา ให้ไปที่ tab ชื่อ system protection แล้วคลิกที่ system restore
   3 กด Next แล้วจะมี Restore Point ขึ้นมาให้เราเละบือกว่า เราจะทำการย้อนเวลาระบบวินโดวส์ไปยัง Restore Point ของวันที่เท่าไหร่
ซึ่งวินโดวส์จะมีการทำ Auto Restore Point ไว้บางส่วนแล้ว ทันทีที่ตอนที่วินโดวส์มีการเปลี่ยนแปลง อย่างเช่นวินโดวส์อัพเดต หรือว่าตอนที่เราติดตั้งโปรแกรมอะไรใหม่ๆในเครื่อง
   4 ครั้นเมื่อเราเเลื่องลือกวันที่จะย้อนเวลา Restore ระบบได้แล้วก็กด Next ด้วยกัน Finish เพื่อยืนยันการฟื้นคืนระบบ (แนะนำว่าก่อน Restore ให้รีเซตพาสเวิร์ดเครื่องก่อน ถ้าหากคุณเพิ่งเปลี่ยนพาสเวิร์ดไป)
   เท่านี้เราก็อาจย้อนเวลาระบบไปยังวันก่อนที่เครื่องคอมพิวเตอร์จักมีปัญหาได้แล้ว แต่วิธีนี้ก็มีข้อเสียตรงที่ มันไม่สามารถเฟุ้งเฟื่องกย้อนไปวันและเวลาที่ต้องการได้ ก็เพราะว่าระบบอัตโนมัติของวินโดวส์ จักบันทึก Restore Point ไว้บางส่วนเท่านั้น
   ด้วยกันที่สำคัญคือคุณจักต้องรู้ตัวโดยเร็วว่าเครื่องคอมพิวเตอร์คุณโดนโจมตีแล้ว จักได้ Restore ไปได้ทัน ก็เพราะว่าถ้ารู้ตัวช้า อาจจะไม่ทันการแล้ว เพราะว่าไม่มี Restore Point ช่วงเวลาก่อนหน้าที่โดนโจมตีแล้ว
   ด้วยคนที่คอมพิวเตอร์ยังไม่โดนโจมตี เรารอบรู้เลือกระฉ่อนกสร้าง Restore Point ได้เอง เพราะว่าคำสั่ง Create มันจะสร้าง Restore Point ในวันนั้นให้ (ใส่ชื่อของ Restore Point ได้เองตามชอบ)
   หรือว่าถ้าต้องการให้วินโดวส์เป็นได้บันทึก Restore Point ได้มากขึ้น ก็ไปปรับใน Configure เพื่อเพิ่ม Disk Space Usage เพราะสร้าง Restore Point เพิ่มขึ้นจาก จากปกติวินโดวส์จักใช้พื้น 10% ของฮาร์ดดิสค์ในการแบคอัพ Restore Point ถ้าเราเพิ่มขนาดพื้นที่ฮาร์ดดิสค์ มันก็จะสร้าง Restore Point ได้มากขึ้น
    เตรียมการป้องกันเอาไว้แต่เนิ่นๆ ดีกว่ามาเสียใจตราบตอนสายนะครับ จักได้ไม่ต้องเหนื่อยกับการลงวินโดวส์ใหม่
ที่มา: http://thaizones-hitech.blogspot.com/
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> http://thaizones-hitech.blogspot.com/

วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Galaxy Note 4 เริ่มทำวางขาย 18 ต.ค.นี้ ที่ Samsung Brand Shop ทั่วประเทศ

กรุงเทพฯ – 15 ตุลาคม 2557 :  Galaxy Note 4 ยังคงเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นใหญ่ ที่ยังคงสร้างกระแสได้อย่างต่อเนื่อง แม้จักถูกล้อมหน้าล้อมหลังไปด้วยข่าวการมาของ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ก็ตามเพราะล่าสุดนั้นทาง Samosung ประเทศไทยได้ออกมาประกาศกำหนดการวางงงจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ  ที่ Samsung Brand Shop 141 สาขาทั่วประเทศแล้ว(เฉพะสีขาวพร้อมกับดำ)
เพราะว่าในวันที่ 18 ตุลาคมนี้คุณทำได้เดินทางไปทดลองเล่น ด้วยกันสอบถามข้อมูลต่างๆ ของ Galaxy Note 4 ได้ที่ Samsung Brand Shop ได้เลยครับ
หรือรอบรู้ค้นหาสาขาใกล้บ้านได้ที่ http://www.samsung.com/th/storelocator/ ด้วยว่าร้านอื่นๆจักเกริ่นจัดจำหน่ายหลังจากนั้นไม่เกิน 1 สัปดาห์ ถ้าใครสนใจก็ลองเข้าไปสอบถามได้ที่ Samsung Brand Shop ไม่ใช่หรือค้นหาสาขาใกล้บ้านได่ที่ http://www.samsung.com/th/storelocator
เพราะด้วยมูลค่าของ Samsung Galaxy Note 4 คือ 25,900 บาท  เก่งเข้าไปดูสเปค Samsung Galaxy Note 4 อย่างละเอียด ได้ที่นี่
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557

จัดแลกเปลี่ยน Galaxy Note 4 วันศุกร์นี้, ตั้งมูลค่าถูกกว่า Note 3

ซัมซุงเกาหลีใต้เตรียมขาย Galaxy Note 4 วันศุกร์นี้, ตั้งสนนค่าถูกกว่า Note 3
หนังสือพิมพ์ The Korea Times ของเกาหลีใต้รายงานข่าวว่าการแข่งขันที่รุนแรงในวงการมือถือหลัง iPhone 6 วางขาย บีบให้ซัมซุงต้องรีบขาย Galaxy Note 4 ในเกาหลีใต้ก่อนกำหนด
ภาพประกอบข่าว
ตัวแทนของซัมซุงระบุว่าจักจัดงานโหมโรง Note 4 ในวันพฤหัสนี้ พร้อมกับจักบุกเบิกเปิดขายในวันศุกร์ (26 ก.ย.) ซึ่งถือว่าเร็วกว่าแผนเดิมที่ซัมซุงจะเริ่มขาย Note 4 ในเดือนตุลาคม แหล่งข่าวในซัมซุงยังเปิดปากเป้าหมายว่าต้องการขาย Note 4 ให้ได้ 15 ล้านเครื่องภายใน 30 วันแรก ซึ่งถือเป็นเป้าที่ท้าทายไม่น้อย
นอกจากนี้ ซัมซุงยังตั้งมูลค่า Note 4 แบบไม่ติดสาบานที่ 957,000 วอน ถือเป็นมือถือตระกูล Galaxy Note ที่มีมูลค่าโหมโรงต่ำที่สุด เพราะ Note รุ่นแรกตั้งมูลค่า 990,000 วอน, Note 2 ตั้งค่า 1.08 ล้านวอน พร้อมด้วย Note 3 ตั้งมูลค่า 1.06 ล้านวอน (มือถือเกาหลีใต้ค่อนข้างแพงเป็นปกติ แต่จากตัวเลขก็น่าจักพอเห็นภาพระดับมูลค่าของแต่ละรุ่น)

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> http://thaizones-hitech.blogspot.com

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

5 วิธีประหยัดแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คแท็บเล็ตแบบง่ายๆ

5 วิธีแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Windows 8 แบบง่ายๆ
อุปกรณ์ไอทีกาลช่วงเวลานี้ล้านแต่นิยมการใช้งานแบบไร้สายทั้งนั้น ซึ่งนั่นก็ต้องหมายความว่าบนอุปกรณ์เหล่านั้นต้องติดตั้งแบตเตอรี่อยู่ภายใน ซึ่งตัวโน้ตบุ๊คเองก็จัดว่าเป็นคอมพิวเตอร์ที่นำติดตัวไปใช้งานนอกสถานที่ได้ก็เพราะว่าว่าสะดวก แต่มีข้อจำกัดเรื่องแบตเตอรี่ว่าเป็นตัวกำหนดว่าเครื่องนั้นๆ จักเป็นได้ใช้งานต่อเนื่องได้นานกี่ชั่วโมงซึ่งใครๆ ก็ตะกลามจักประหยัดแบต โน๊ตบุ๊ค ให้ใช้งานต่อเนื่องให้ได้นานที่สุดแน่นอน เพราะในปัจจุบันระบบปฏิบัติการ Windows 8 ได้เข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น ในเรื่องของการประยัดพลังงานแบตเตอรี่ เพราะอุปกรณ์ใช้ Windows 8 ก็จักมีโน้ตบุ๊คอย่างที่เราๆ ใช้กันอยู่ รวมไปถึงแท็บเล็ตรุ่นใหม่ๆ ที่ใช้เป็นระบบปฏิบัติการ Windows 8 ด้วย
ในบทความนี้ทางกรุ๊ปงาน NotebookSPEC จักมานำเสนอ 5 วิธีแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Windows 8 แบบง่ายๆ โดยมีดังถัดนี้
1. อัพเดท Windows 8 ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเสมอ
ในการทำงานของคอมพิวเตอร์หลักๆ แล้วประกอบไปด้วยส่วนของฮาร์ดแวร์พร้อมกับซอฟต์แวร์ แน่นอนว่าถ้าทั้ง 2 อย่างทำงานร่วมกันด้วยดี ก็จักส่งผลให้ประสิทธิภาพเพราะว่ารวมของเครื่องดีขึ้นด้วย ฉะนั้นในการอัพเดท Windows 8 ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเสมอ ก็จะช่วยให้ซอฟต์แวร์ของเรามีการปรับปรุง แก้ไข Bug ขจัดขอบกพร่องต่างๆ
2. ตั้ง Power Option ให้เหมาะสม
ตั้งค่าที่ส่วนของ Power Option เพราะว่าให้เราคลิกซ้ายที่รูปแบตเตอรี่ตรง Taskbar ฝั่งขวามือแล้วเลือเลื่องเลื่องกที่คำสั่ง More power options ที่เป็นคำสั่งล่างสุด จากนั้นจักมีแถบช่องให้เฟุ้งเฟื่องกเป็น Balance คือใช้พลังงานแบบปกติเหรอไม่ก็ Power Saver ที่เป็นฟังก์ชั่นประหยัดพลังงานของโน้ตบุ๊ก
3. ความสว่างหน้าจอก็สำคัญ
ตั้งค่าความสว่างหน้าจอให้พอดีต่อการใช้งาน ก็เพราะว่าว่าหน้าจอเป็นส่วนที่สิ้นเปโจษกระฉ่อนงพลังงานมากที่สุดเพราะว่าว่าโน้ตบุ๊ก ดังนั้นเวลาเราจักนำไปใช้งานนอกสถานที่ล่ะก็ควรปรับตั้งความสว่างหน้าจอให้สว่างกำลังดี ไม่มืดจนเกินไปเพื่อยืดระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้น รวมไปถึงโน้ตบุ๊กใครที่มีไฟคีย์บอร์ด Backlit ก็ปิดใช่ไหมเปิดให้สว่างพอดีก็ช่วยได้นะครับ
4. ปิดการทำงานบางส่วน
ปิดการทำงานของอุปกรณ์บางชิ้นที่เราไม่ได้ใช้งาน เช่นปริ้นเตอร์หรือไม่ก็ว่าอุปกรณ์เชื่อมต่อเสริมบางตัว เพราะว่าเราเก่งปิดการทำงานได้ที่ Device Manager เพราะว่าว่าคลิกขวาที่ My Computer แล้วเเลื่องก Properties จะมีคำสั่ง Device Manager อยู่ที่แถบฝั่งซ้ายมือที่คำสั่งแรกสุด (เวลาจักปิดใช้งานอุปกรณ์ไหนก็อ่านดีๆ ก่อนนะ!)
5. เก็บแผ่น ปิด Bluetooth, Wi-Fi ถ้าไม่จำเป็น
งดการใช้แผ่น CD เพื่อประหยัดพลังงาน ก็ก็เพราะว่าว่าการดูหนังฟังเพลงลอดแผ่น CD จะทำให้ตัวเครื่องดึงพลังงานจากแบตเตอรี่มาใช้มากขึ้น ทำให้สิ้นเปเอิกเกริกงพลังงานมากกว่าเดิม รวมไปถึงปิดการใช้งาน Bluetooth, Wi-Fi ของเครื่องด้วย ถ้าสมมติไม่ได้ใช้งานขณะนั้น
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> http://thaizones-hitech.blogspot.com

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

แหล่งหาอะไหล่โน๊ตบุ๊คถูกเงินและถูกใจสำหรับมือใหม่

แหล่งหาอะไหล่โน๊ตบุ๊คถูกเงินและถูกใจสำหรับมือใหม่อยากเล่นโน๊ตบุ๊คมือสอง
แม้ว่าเวลานี้โน๊ตบุ๊คที่เราเห็นกันอยู่เกลื่อนกลาดในท้องตลาดจะมีราคาที่ไม่สูงเกินไปนัก บางรุ่นราคาไม่ถึงหมื่นบาทด้วยซ้ำ คุณภาพก็ไม่ได้ขี้เหร่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าหลายคนก็ยังเลือกที่จะใช้โน๊ตบุ๊คมือสองหรือซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่บางชิ้น ดีกว่าจะซื้อเครื่องใหม่ เหตุผลหนึ่งก็เพราะเครื่องที่ซื้อมานั้นค่อนข้างแพง ซ่อมถูกกว่าซื้อใหม่ ยังใช้งานได้ดีอยู่ยังไม่อยากเปลี่ยนและเหตุผลอื่นๆ อีกมากมาย
จึงไม่น่าแปลกใจที่มีร้านซ่อมโน๊ตบุ๊คให้เราเห็นอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นตามห้างไอที แต่ในห้างสรรพสินค้า หน้าร้านตามข้างถนนหรือแม้ว่าจะเป็นตามตลาดนัดขนาดใหญ่ ก็ยังมีร้านเหล่านี้ให้เราเห็นอยู่กันจนชินตา แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าอยากจะลองซ่อมโน๊ตบุ๊คบ้างหรืออยากมองหาชิ้นส่วนที่จะนำมาซ่อมหรือเปลี่ยนให้กับโน๊ตบุ๊คมือสองที่คุณมีอยู่จะหาได้จากที่ใดบ้าง
ของมือสอง ต้องแหล่งไอที : อยากได้ของดีก็ต้องไปที่แหล่งขาย แต่ก็คงไม่ต้องดูที่ไหนไกล ห้างไอทีใกล้บ้าน ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น ไอทีมอลล์ พันธุ์ทิพย์ ไอทีแกรนด์หรือในโซนของห้างหลายที่ ก็จะมีร้านขายอุปกรณ์โน๊ตบุ๊คมือสองพวกนี้อยู่ แต่ก็แนะนำว่าควรจะตรวจสอบเรื่องการรับประกัน สภาพและดูให้ตรงรุ่น เพราะบางทีของใกล้เคียงกัน แต่อาจจะใช้งานร่วมกันไม่ได้และอาจจะต้องใช้เวลาเดินดูให้ทั่วๆ เพื่อเช็คราคาตามร้าน ยิ่งเป็นของมือสอง ยิ่งต้องละเอียดมากขึ้น เพราะราคาบางทีขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและการตกลงระหว่างเรากับพ่อค้านั่นเอง ตาดีได้ (ของดี) ตาร้าย ก็อาจจะได้ของแพงเป็นต้น
หาซื้อ สั่งซื้อออนไลน์ตามเว็บบอร์ด : แบบนี้หาซื้อได้สะดวกกว่า ไม่ต้องออกไปเดินหาให้เมื่อย แค่คลิกเข้าไปตามเว็บบอร์ดของเว็บไอทีต่างๆ ที่เราคุ้นเคยกันดี แล้วคลิกเลือกดูอุปกรณ์หรือโน๊ตบุ๊คมือสองที่เรามองหา แต่ข้อเสียก็คือ ไม่ได้เห็นของจริง ไม่รู้สภาพจริง ก็คงต้องเลือกดูคนที่มีฟีดแบ๊คที่ดีมีความน่าเชื่อถือ ดูได้จากคอมเมนต์ที่ต่อมาด้านล่างนั่นเอง สิ่งที่ควรต้องระวังคือ ควรจะต้องถามเรื่องประกันและการจัดส่ง ไม่ควรโอนเงินไปก่อน หากยังไม่แน่ใจ ซื้อทีละน้อยๆ ชิ้น จะซื้อล็อตใหญ่หลายชิ้น ก็ควรนัดเจอหรือให้มั่นใจเสียก่อน
ของมือหนึ่งต้องมุ่งไปที่ร้านอุปกรณ์โดยเฉพาะ ตามห้างไอที : แต่หากต้องการได้ชิ้นส่วนที่เป็นมือหนึ่งเลย ก็มีทางเลือกที่ง่าย ไม่ต้องไปแจ้งสั่งซื้อกับผู้ผลิตก็ได้ เพราะในห้างไอทีหลายแห่งมีร้านขายอุปกรณ์ชิ้นส่วนมือหนึ่งโน๊ตบุ๊คขายเหมือนกัน ตั้งแต่หน้าจอ คีย์บอร์ด ลำโพง เมนบอร์ดและบรรดาชิปต่างๆ จำหน่ายพร้อม อย่างเช่นในห้างพันธุ์ทิพย์ชั้นล่างสุด ก็มีให้เลือกทั้งชิ้นส่วนและเครื่องมือในการซ่อมครบครันหรือจะเป็นที่เซียร์รังสิต แต่ก็คงต้องดูให้มั่นใจว่าชิ้นส่วนที่ต้องการคือชิ้นใด ยิ่งมีตัวเลขระบุก็จะง่ายขึ้น เป็นแบบที่ให้คุณซื้อหาได้อย่างมั่นใจ
ตาดีได้ตาร้ายเสียตามตลาดนัดหรือแบกับดิน : แบบสุดท้ายดูจะเหมาะกับชาวฮาร์ดคอร์ไอที เพราะเป็นการหาของในตลาดที่เรียกว่ายากพอสมควร แต่มีโอกาสได้ของดีราคาถูก ขึ้นอยู่กับความชำนาญบวกโชค โดยแหล่งของพวกนี้จะอยู่ตามตลาดนัดที่คุ้นตากันดี อย่างเช่น ตลาดนัดทั้งกลางวันและกลางคืน อย่างเช่น แถวคลองถม ถนนสุขาภิบาล รามคำแหงและอีกหลายแห่งที่มักจะมีอุปกรณ์ไอทีจากทั้งคนขายโดยตรงและเป็นพ่อค้าตัวจริงที่รับสินค้าเหล่านี้มาปล่อยด้วยตัวเอง หากเราทำการบ้านไปดี เดินถูกที่ถูกตำแหน่ง ก็มีโอกาสได้ของถูกใจ มาซ่อมโน๊ตบุ๊คเราได้ในราคาไม่กี่บาท แถมยังได้ของราคาถูกอีกด้วย
ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com