แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ iPhone 5C แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ iPhone 5C แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
15 ข้อดี ที่ “ไอโฟน“ ทำได้ แต่.... คุณอาจจะอีกต่างหากไม่คุ้นรู้มาก่อน!!
วันนี้มีเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ได้นำมาฝากสาวกของมือถือค่ายappleอย่าง iphone 15 ข้อ ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งบางข้อก็ต้องขอยอมรับเลยว่าไม่เคยได้ลองใช้ครันๆ ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง
1. เปลี่ยน Passcode เป็น ตัวอักษร แทนที่จักเป็น ตัวเลข ได้
1. Setting > General > Passcode Lock
2. ปิดการตั้งค่า Simple Passcode
3. แป้นพิมพ์ปรากฏให้เปลี่ยน Passcode หลังจากนั้นทุกครั้งที่ต้องการที่จะใส่ Passcode ก็จะมีแป้นตัวอักษรโผล่ขึ้นมาแทน
* มีเฉพาะ iPhone 5s เท่านั้น
2. ให้ Siri อ่านอีเมล์ให้ฟังก็ได้นะ
- รับสั่ง Siri ด้วยคำสั่งที่ว่า Read my email นางก็จะอ่านร่ายยาวตั้งแต่ ชื่อคนส่ง เวลา พร้อมกับเรื่อง จนถึงตัวอีเมลกันเลยทีเดียว
- แถมยังสั่งให้อ่านอีเมลที่ถูกส่งมาล่าสุด ด้วยคำสั่งว่า read my latest email หรือไม่ต้องการถามว่ามีอีเมลของนาย A มั้ย? เพราะว่าถามด้วยคำสั่งที่ว่า Do I have email from A?
3. กี่ข้อความที่ส่งมา ดูเวลาได้หมด
- ตั้งแต่ IOS 7 ขึ้นไป / ใน massage เพียงลากข้อความไปทางซ้าย ก็จักสมรรถรับรู้เวลาที่มีคนส่งข้อความมาของทุกข้อความ
4. มีเครื่องบินกี่ลำบินอยู่เหนือหัวเราบ้าง
- งานนี้ Siri จัดให้ ลองสั่งเธอด้วยคำสั่งที่ว่า What flights are above me ไม่ใช่หรือ Planes overhead แล้วก็รอการประมวลผล 30 วินาที จักรู้ข้อมูลแบบชัวร์ๆ ได้ทันที
5. เขย่าเครื่องเบาๆ ก็ ลบข้อความ ได้
- พิมพ์ข้อความไปได้ยาวๆ แล้วต้องการที่จักลบ แค่ เขย่า เครื่องเบาๆ ก็จะมีปุ่มขึ้นมาให้เเล่าลือก กดคำว่า Undo ข้อความทั้งหมดก็จักหายไป
แต่... ถ้ากด Undo แล้วเปลี่ยนใจตะกลามจักได้ข้อความกลับมาก็ เขย่า อีกครั้ง แล้วเละบือก Redo ข้อความเดิมก็จักกลับมา
6. ดูปฏิทินแบบลงรายละเอียดได้ด้วย
ข้อนี้หลายคนก็น่าจะรู้กันบ้างแล้ว เปิดปฏิทินขึ้นมาแล้วเอียงหน้าจอเป็นแนวขวาง ก็จะเห็นข้อมูลแบบละเอียดทั้งหมดที่เราได้บันทึกไว้
7. กด Double Click ที่ Shift เพื่อเปิด caps lock ได้
- จะพิมพ์ภาษาอังกฤษตัวใหญ่ไม่จำเป็นต้องกด Shift ทีละครั้งอีกรองลงไป เข้าไปที่ Settings>General>Keyboard> เปิด Enable Caps Lock ตอนใช้งานแค่กด Shif 2 ครั้งติดกัน ก็ทำได้พิมพ์ภาษาอังกฤษตัวใหญ่ทั้งหมดได้
8. แขวนภาพให้ตรงก็ใช้ไอโฟนวัดระดับ
- เปิดแอพฯ Compass ปาดหน้าจอไปทางซ้าย แค่นี้ก็วัดระดับแม่นๆ ได้โลด
9. ปิด in-app purchase ใช่ไหมการซื้อของในแอพต่างๆ ทั้งหมดภายในปุ่มเดียว
- เรื่องนี้น่าจักมีประโยชน์เพราะว่าคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกๆที่ได้ไป ติดเกมในโทรศัพท์มือถือ ควรต้องจัดการป้องกันการจ่ายเงินซื้อแอพฯ เพียบแยะมากมาย
เพราะเข้าไปได้ที่ Setting > General > Restrictions, Enable Restrictions เร่ำลือกไปที่ In-app purchases พร้อมทั้งกดปิดนั่นเอง
10. ถ่ายรูปช็อตรัวๆ ก็ทำได้
- กดปุ่มชัตเตอร์ค้างไว้ทำได้ที่จักถ่ายรูปได้หลายๆ ช็อต เท่าที่ต้องการ
11. มีเครื่องหมาย - ให้เลือกหลายขนาดนะ
- กด - ค้างไว้ จักมี - ให้เเอิกเกริกกหลายขนาดตามต้องการ
12. ปุ่มปรับเสียงก็กดถ่ายภาพได้
- ข้อนี้ก็น่าจักมีหลายคนรู้แล้วเหมือนกัน คือกดปุ่มเพิ่ม-ลด เสียง แทนชัตเตอร์ ได้ ถูกใจคนชอบเซลฟี่เลยละสิ....
13. ปุ่มปรับเสียงที่หูฟังก็กดถ่ายภาพได้เช่นกันนะ
- เหมือนข้อ 12 เลย แต่ใช้กับหูฟัง
14. ปรับการเตือนแบบสั่น ได้ตามใจ
- ใน Contact คุณทำได้ตั้งเตือนการสั่นแบบต่างๆ ได้ เป็นรายบุคคลเลย เช่น ทันทีที่เวลาโทรศัพท์อยู่ในกระเป๋า คุณจะรอบรู้รู้ได้ทันทีว่าสั่นกี่ครั้งใครเป็นคนส่งข้อความ ใช่ไหมอีเมลมา
15. Airplane Mode ช่วยให้แบตเต็มเร็วขึ้นเป็น 2 เท่า ว้าวววว
- เวลาแบตหมดลองเปิด Airplane Mode ก่อนชาร์ต ช่วยให้แบตเต็มเร็วขึ้นถึง 2 เท่าเลยนะ ไม่เชื่อต้องลอง
ที่มา:http://hitech.sanook.com/1392993/
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> http://thaizones-hitech.blogspot.com/
วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
ความชำนาญอาทิตย์แรกของผมกับ “iPhone 6”
หลังจากวางขายในไทยเป็นวันแรก พอวันที่ 31 ต.ค.ที่ลอดมา เชื่อว่าเหล่าสาวก แอปเปิ้ล คงไม่พลาด ไปเข้าแถวรอถอยเจ้า iPhone 6 หรือไม่ iPhone 6 plus มาครอบครองในมือกันเรียบร้อยแล้วใช่มั้ยครับ?
เรื่องรีวิวรายละเอียดยิบย่อยต่างๆ หลายท่านอาจจักได้อ่าน เหรอเสพทะลวงตาจากหลากหลายแหล่งข้อมูลมาแล้วไม่มากก็น้อย แต่เชื่อว่าปัจจุบันนี้ น่าจักยังมีเหล่า แอปเปิ้ลนิยม อีก หลายท่าน ที่กำลังคิดอยู่ว่า
เอ๊ะ! ฉันจักซื้อดีมั้ยหนอ? พร้อมๆกับมองไปยังไอโฟน 4, 4s, 5 ใช่ไหม 5s ที่อยู่ในมือคราวนี้
ส่วนของดีไซน์ด้านหน้าตัวเครื่อง
ในฐานะที่ผมก็เป็นหนึ่งใน ผู้จงรักภักดี กับแบรนด์นี้มาพอสมควร ล่าสุดก็เพิ่ง ปลดเจ้า 5s ไปจากอ้อมอก เพื่อฉกเจ้า 6 มาแทนที่
ขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้ แย้มเล่าเก้าสิบประสบการณ์ที่ใช้ชีวิตอยู่กับ เจ้า iPhone 6 สีทอง 64 GB มาเป็นระยะเวลานานเกือบสัปดาห์เต็มๆ (เหมือนนานมากเนอะ ฮ่าๆ) เพราะว่าจะขอใช้ iPhone 5s คนรักเก่าของผม เป็นบรรทัดฐานในการเปรียบเทียบ เผื่อจักช่วยใครที่ยังลังเลอยู่ ตกลงใจได้ว่าสรุปแล้ว ซื้อดีมั้ยว้า?!
- น้ำหนักมากไปป่ะ?
ตามข้อมูลที่แอปเปิ้ลระบุมาว่า 6 จัก หนักกว่า 5s อยู่ 17 กรัม (129 กับ 112 ตามลำดับ) สร้างความคลางแคลงใจแก่สาวกอยู่ไม่น้อย จนหลายๆคน รวมถึงผมเองก็กังวลว่า เห้ย! แบบใหม่กว่า ทำไมไม่พัฒนาให้เบาลง น้ำหนักมากกว่าเดิมได้ไงฟระ?
ตัวเครื่องด้านขวา
ตัวเครื่องด้านซ้าย
ตราบได้ลองถือดูแล้วมัน ไม่ต่าง คือต้องแจ้งให้ทราบว่าเจ้า 6 นี่มันไม่ได้หนักอะไรเลย ครั้นเมื่อลองเทียบกับ 5s แล้ว คนทั่วไปนี่แยกไม่ออกแน่ๆว่า 17 กรัมที่ว่า มันแตกต่างกันยังไง?
สรุปง่ายๆตามความเข้าใจของผมเองนะครับ คือเจ้า 6 เนี่ยมันไม่หนักหรอก เจ้า 5s ต่างต่างว่าที่ออกมาครองโลกก่อน แต่ดันเบาเกิ๊น!
- ดีไซน์ตัวเครื่องใหญ่ไปมั้ย?
ข้อนี้ต้องเรียนตามตรงว่า สัมผัสแรก ณ ที่ร้าน ตอนหยิบขึ้นมานี่รู้สึกเลยว่า ใหญ่จังฟระ! แต่พอได้จับๆ ลูบๆคลำๆ จนโหมโรงชิน กลับรู้สึกว่า ยังอยู่ในเกณฑ์ที่มือตัวเองรับไหว(ผมสูง 180 ซม. แต่ขนาดมือ ไม่ถือว่าใหญ่มาก ถ้าเทียบกับผู้ชายที่รูปร่างใกล้เคียงกัน)
ส่วน 6plus ที่วางอยู่ใกล้ๆกัน สัมผัสแรกที่หยิบขึ้นมา ผมนี่.. ถึงกับวางคืนที่เดิมเลยครับ!! ไอ้นี่แหละใหญ่เกินไปของแท้!
นำเครื่อง iPhone4s iPhone5s พร้อมด้วย iPhone6 มาเปรียบเทียบหน้า
นำเครื่อง iPhone 4s iPhone 5s พร้อมกับ iPhone 6 มาเปรียบเทียบด้านข้าง
นำเครื่อง iPhone4s iPhone5s พร้อมด้วย iPhone6 มาเปรียบเทียบด้านบน
ปุ่ม Home ที่เคยอยู่มุมขวาบน ถูกเปลี่ยนมาอยู่ด้านข้างขวาแทน ซึ่งตรงจุดนี้ผมมองว่าเจ๋งมาก ก็เพราะว่าถ้าผมใช้มือซ้ายจับเครื่อง ตำแหน่งมันจักอยู่ตรงนิ้วชี้(ใช่ไหมนิ้วกลางก็ได้)พอดิบพอดี
แต่ถ้าเปลี่ยนมาใช้มือขวา นิ้วโป้งก็พร้อมจะกดได้พอดีเป๊ะเช่นกัน และอีกเหตุผลที่บอกกล่าวว่า ใหญ่ในระดับพอรับได้ก็คือ มันยังยัดใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์ด้านหน้าได้ ชนิดที่ไม่โผล่หัวแหลมเกินออกมา ให้เสี่ยงหล่นใช่ไหมหายนั่นเองครับ
- หน้าจอเป็นไง?
ดีทีเดียวครับ! ขนาด 4.7 นิ้ว ของ 6 ให้ความรู้สึกการมองที่แตกต่างมากๆจากหน้าจอ 4 นิ้วของ 5s ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ เวลาที่เราดูไฟล์วิดีโอไม่ใช่หรือเล่นเกมต่างๆ มันเก็บภาพได้มากขึ้น
ทำให้เราไม่ต้องเพ่งเยอะ จักสร้างแลนด์มาร์ค ไม่ก็จะแชทไลน์ รู้สึกได้เลยว่า ฟิน มากขึ้นแน่ๆๆครับ คอนเฟิร์ม!
ด้านหน้าตัวเครื่อง
ด้านความละเอียดหน้าจอที่มากขึ้นจาก 1136x640 พิกเซล เป็น 1334x750 พิกเซล พร้อมทั้งจอรุ่นเก่าจาก Retina display เป็น Retina HD display ประสิทธิภาพดีขึ้นชัดเจนครับ
ส่วนฟังก์ชั่น Reachability ที่เพิ่มเข้ามา ด้วยการแตะที่ปุ่มสแกนนิ้วสองครั้ง เพื่อเลื่อนหน้าจอลงมาให้กดง่ายขึ้น กรณีที่นิ้วแตะไม่ถึงไอคอนแถวบน ก็ช่วยได้ก่ายกอง ใช้งานได้มีประสิทธิภาพดีเลยทีเดียว
- กล้องชัดมั้ย?
แม้ว่าจำนวนพิกเซลจะยังคงยืนหยัดอยู่ที่กล้องหลัง 8MP และกล้องหน้า 1.2 MP เท่ากัน แต่สิ่งที่พัฒนาขึ้นคือ New Sensor ระบบ Autofocus แบบ Focus Pixel ซึ่งช่วยในการเกลี่ยแสงของภาพให้ดีขึ้น แถมยังเพิ่มขนาดของรูรับแสง
ทำให้ภาพมีความสว่างมากขึ้น พร้อมด้วยมี Noise น้อยลงในกล้องหน้าครับ เซลฟี่กันสนุกกว่าเดิมล่ะงานนี้!
ด้านหลังตัวเครื่อง
ส่วนวิดีโอ ก็มีโหมด Slo-mo แบบ 240 fps เพิ่มขึ้นมา เรียกบ้านๆก็คือ มันถ่ายสโลว์ได้ช้ากว่าเดิมอีก ส่วนโหมด Time-lapse ที่เหมาะสำหรับถ่ายวิดีโอในเวลานานๆ ก็น่าสนใจครับ ถือเป็นลูกเล่นใหม่ของ iOS8 ได้เลย
ลองมาดูตัวอย่างภาพถ่ายกันครับ
- การทำงานของเครื่องเป็นไง?
ด้วยชิป A8 ที่พัฒนาขึ้น ตรงจุดนี้ก็มีข้อแตกต่างที่ดีกว่า A7 อยู่ไม่น้อยครับ จากการทดลองเปิดแอพพลิเคชั่นต่างๆ แม้เครื่องจักทำงานหนัก แต่ก็ดูไหลลื่น ไม่กระตุกติดขัด ด้วยกันภาวะ แอพเด้ง ก็ไม่มีให้เห็นเลย
ยังรวมไปถึงการเรียกข้อมูลในเครื่อง, การประมวลผลรูปภาพในบราวเซอร์ขณะท่องเว็บไซต์ก็ให้ความรู้สึกลื่นไหล เรียกง่ายๆแบบบ้านๆก็คือ ดูมัน ฉลาดขึ้นกว่าเดิม นั่นเองครับ เป็นจำพวกถามปุ๊บตอบปั๊บ ตอบสนองได้ทันที ไม่มีอิดออด แต่ถ้ากรณีปฏิญาณณอินเตอร์เน็ทหรือว่าไวไฟช้าเอง นั่นก็อีกเรื่องนึงนะจ๊ะ!
- แบตเตอรี่อึดขึ้นป่าว?
ถ้าตามข้อมูลที่แอปเปิ้ลแจ้งมา เขากราบทูลว่าจักอยู่ได้นานขึ้นกว่า 5s ราว 20% ซึ่งว่าตามตรงก็ถือว่าไม่มากนัก แต่ถ้าเทียบกับไลฟ์สไตล์ของผมกับเจ้ารุ่นเดิม ออกจากบ้านมาทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้า แบตเตอรี่เต็ม 100% เล่นแอพไม่ก็โทรเข้าออกตามปกติ ก็อยู่ได้ยันเลิกงาน 5 โมงเย็นครับ เหลือ 20-30%
แต่เนื่องด้วยเจ้า 6 นี่ จากการทดลอง ด้วยลักษณะการใช้งานระยะเวลาพอๆกัน ตั้งแต่เช้าอยู่ได้จนถึงก่อนนอน 4-5 ทุ่มก็ยังไหวครับ 20-30% มีเหลือกระฉ่อนแน่ๆ พร้อมด้วยถ้าไม่แตะเลย วางธุระทิ้งไว้ทั้งคืน ยันเช้าของวันรุ่งขึ้น แบตก็แทบไม่ลดเลย มากสุดก็แค่ 2-3% เท่านั้นที่หายไป
อย่างไรก็ดี ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนด้วยนะครับ ถ้าเล่นเกมที่ความละเอียดสูงมากๆ ไม่ใช่หรือใช้งานติดต่อกันเป็นชั่วโมงๆ ไม่ทันถึงเลิกงาน แบตคุณก็หมดอยู่ดีแหละ!
สรุปว่าประสบการณ์ใหม่ของผมกับเจ้า iPhone6 ในระยะเวลาสัปดาห์แรก ถ้าจักถามว่า ใช้ 5s อยู่ สมควรเปลี่ยนใหม่มั้ย?
ในฐานะคนที่เคยใช้ 5s มาก่อนเหมือนกัน ผมรับสั่งได้เลยครับว่า..
ไม่ว่าจักใช้ 5s เหรอรุ่นไหนก็ตาม ถ้าจักซื้อ 6 มาใช้ รับรองไม่ผิดหวัง เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ดีกว่าเดิมทุกอย่าง ถ้าจักมีจุดด้อยกว่าก็คงเป็นเรื่องเดียวคือ ความถนัดในการจับถือ นอกนั้นจุดเด่นของ 6 กลบ 5s มิดเลยครับ
ส่วน 6plus ขออนุญาตไม่พูดถึงนะครับ ก็เพราะว่ายังไม่มีประสบการณ์กินนอนอยู่ด้วยกัน แต่ถ้าจักจำกัดความสั้นๆก็น่าจะได้ว่าiPhone6plus ไม่น่าจักใช่ไอโฟนที่เหมาะเกี่ยวกับทุกคน
ก็อย่างที่แย้มตอนต้นล่ะครับ มันใหญ่เกินไปจริงๆๆ
วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
ลมหายใจแผ่วๆที่เริ่มศูนย์ไป ของ iPhone 4 ในกาลสมัย iPhone 6
ลมหายใจแผ่วๆที่เกริ่นหายไป ของ iPhone 4 ในยุค iPhone 6
เข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลงไปของ เทคโนโลยีถูกพัฒนาขึ้นไปสู่อีกระดับ การมาของ iPhone 6 สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับสาวกสมาร์ทโฟนแบรนด์ดังอย่าง Apple เป็นอย่างมาก ทั้งลูกเล่น ระบบการทำงาน เหรอฟีเจอร์ใหม่ๆที่เพิ่มขึ้น กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างเฝ้ารอคอย
แต่ท่ามกลางความตื่นเต้นครั้งนี้นั้น ยังคงจะมีผู้ใช้สมาร์ทโฟนอีกจำนวนไม่น้อย ที่ยังคงใช้ชีวิตอยู่ร่วม iPhone รุ่นก่อนๆ จัดอยู่ในพวก สมาร์ทโฟนตกรุ่น พวกเขาเเลื่องลือกไม่ทำตามกระแส บางคนก็ยังใช้ iPhone 5 เพราะยังทำหน้าที่ได้ดีพร้อมทั้งไม่ค่อยมีปัญหาให้กลุ้มใจเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ๆ
ด้วยกันบางคนก็ยังใช้คง iPhone 4 แม้ว่าชีวิตจะต้องช้าลงไปตามกาลเวลาที่ใช้งาน สวนทางกับแนวการพัฒนาที่ยิ่งขึ้นของระบบสมาร์ทโฟนแบบใหม่ๆ นี่คือชีวิตปัจจุบันของคนที่ยังคงครอบครองมือถือสมาร์ทโฟน iPhone 4 ออริจินัล (ไม่ใช่รุ่น S) ซึ่งย้อนกลับไปเท่าที่ปี 2010 เคยเป็นปรากฏการณ์ กลายเป็นจุดเกริ่นต้นของโซเชียลมีเดียชื่อดังต่างๆ ในยุคปัจจุบัน
ด้วยว่าคนที่ใช้ iPhone 4 อยู่ในวันนี้ แม้ว่าเรื่องรูปร่างลักษณะจักสั้นกว่า iPhone 5 ใช่ไหมไม่ผอมเพรียวเหมือน iPhone 6 แต่ iPhone 4 ก็ยังคงทำหน้าที่เป็นมือถือสมาร์ทโฟนได้คงทน หลังจาก 4 ปีของการโหมโรงอย่างยิ่งใหญ่
ณ เวลานี้ผู้ใช้ iPhone 4 เเล่าลือกที่จักหยุดการอัพเดทระบบปฏิบัติการ iOS รุ่นใหม่ เพราะด้วยสัญชาตญาณที่รู้ถึงขีดจำกัดพร้อมกับอายุการใช้งานของโทรศัพท์ตัวเอง ทำให้ iOS 6 คือระบบปฏิบัติการหลักที่คนยังใช้ iPhone 4 ยังเลือกระฉ่อนกใช้อยู่ หากใครพลาดอัพเดทใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 7 ไปแล้ว คงทำได้แค่ต้อง...ทำใจ
หนึ่งในปัญหาหลักของ iPhone 4 ในปัจจุบัน คงหนีไม่พ้นเรื่องระบบการทำงานที่ช้าลง เนื่องมาจากมีการเปลี่ยนแปลงไปตามระยะการใช้งาน และขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา ตราบใดฟีเจอร์หรือไม่ก็แอปพลิเคชั่นต่างๆ ในยุคที่เโจษกจักรองรับสมาร์ทโฟนรุ่นปัจจุบันมากกว่า ทำให้ต้องใช้ระบบความจำที่เพิ่มมากขึ้น ย่อมส่งผลต่อระบบการทำงานของเครื่อง iPhone 4
หลายคนก็เคยเกิดปัญหานี้ เปิดระบบกล้องกล้องถ่ายรูปได้เชื่องช้า ไม่ทันสถานการณ์ กดดูภาพจากแกลอรี่ต้องรอนานเกินไป หน้าจอค้างตอนจักถ่ายภาพ เหรอ กดชัตเตอร์ถ่ายภาพแล้วเด้งหลุด นี่เป็นปัญหายิบย่อยที่อยู่คู่กับคนใช้ iPhone 4
บางครั้งเครื่องโทรศัพท์ก็เริ่มแสดงอาการเบลอๆ กดรับสายโทรเข้าอย่างไม่ลื่นไหล มีปัญหาหน้าจอค้างบ่อยๆ ซึ่งที่แท้ก็เพราะว่าความช้าของเครื่องเท่านั้น (จากกรณีตัวอย่างดังกล่าวนี้หมายถึง iPhone 4 ที่ทะลุทะลวงการใช้งานมาแล้วสัก 2-3 ปี)
ถึงช่วงนี้จักพบข้อเสียบานเบอะแยะ แต่เจ้า iPhone 4 ก็ยังทำหน้าที่เป็นสมาร์ทโฟนได้ดีอยู่ในระดับหนึ่ง แม้ว่าคุณค่ากับค่าจะลดลงอย่างยิ่งไปตามกาลเวลา จากในอดีตเคยเปิดตัวด้วยราคามือถือที่หวือหวาราวๆ 24,xxx บาท แต่ปัจจุบัน iPhone 4 อาจจักมีค่ารับซื้อแค่ไม่ถึง 4,xxx บาท ด้วยซ้ำไป
อย่างไรก็ตาม ในอนาคตผู้ใช้ที่ยังใช้สมาร์ทโฟนรุ่นก่อน อาจจะต้องปรับเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟนรุ่นปัจจุบันด้วยกันเข้ากับยุคยุค เพราะสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ถูกพัฒนาเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าเทคโนโลยีจะเป็นแทบวัตถุ มีจุดเกริ่นต้นและจุดสิ้นสุด เท่าที่ทุกอย่างหยุดนิ่ง ไม่มีการพัฒนาต่อ ก็ถึงเวลาที่ผู้ใช้ต้องเปลี่ยนแปลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็เพราะว่าว่าเทคโนโลยีกำลังนำหน้าเราอยู่ ทั้งที่เราควรจักนำทางให้เทคโนโลยีมากกว่า...?
ที่มา:http://hitech.sanook.com/1392655
ติดตามข่าวไอโฟน ไอโฟน 6 ไม่ใช่หรือข่าวไอทีอื่นๆ ได้ที่ : http://thaizones-hitech.blogspot.com/
วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2557
เฝ้า!! สีกางเกงยีนส์ตกใส่ iPhone 6 (ถูไม่ออก)
เจออีกหนึ่งปัญหาครั้งสีกางเกงยีนส์ตกใส่ iPhone 6 จนเอาไม่ออก ดูเหมือนว่า Apple ยังเจอข่าวฉาวไม่หยุดเกี่ยวกับเครื่อง iPhone 6 กับ iPhone 6 Plus เพราะล่าสุดนั้นงานเข้าอีกแล้ว!!
เพราะเว็บไซต์ BGR ได้รายงานว่ามีผู้ใช้งาน iPhone 6 สีทอง รายหนึ่งเกิดประสบปัญหาเกี่ยวกับสีของกางเกงยีนส์ที่ตกใส่เครื่อง iPhone บริเวณแถบสีขาวด้านหลังกับที่ร้ายกว่านั้นคือมันเช็ดไม่ออกนั้นเอง
งานนี้ทำเอาแฟนแอปเปิ้ลถึงกับคิดมากเลยทีเดียว แม้เรื่องปัญหาของสีตกใส่นั้นจักไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ก็เพราะว่าสมาร์ทโฟนสีขาวของยี่ห้ออื่นๆ ก็สามรถเกิดขึ้นได้เช่นกัน แต่บังเอิญข่าวนี้เกิดจากกรณีของ Apple เลยทำให้กลายเป็นข่าวใหญ่ได้เสมอ
พร้อมกับเวลานี้นั้นทาง Apple เองก็ยังไม่มีการออกยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ยังไง สมมตมาการอัพเดทอะไรเพิ่มเติมทางทีมงาน Sanook! Hitech จะรีบนำมาอัพเดทนะครับ ไม่รู้เหมือนกันกรณีแบบนี้จักทำได้นำเครื่องไปเคลมได้ไม่ใช่หรือไม่
วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557
ถ้าชาร์จไฟบ้าน iPhone 6 ด้วยกัน iPhone 6 Plus จะมีค่าไฟต่อปีเท่าไร? ไปดูกัน
ถ้าชาร์จไฟบ้าน iPhone 6 พร้อมกับ iPhone 6 Plus จักมีค่าไฟต่อปีเท่าไร? ไปดูกัน
ถึงแม้ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus จะมีค่าตัวที่แพงระยับ แต่เอิ้นได้เลยว่าค่าไฟที่มันกินต่อปีนั้นน้อยมากๆเลยครับ ซึ่งได้มีการเปิดเปรยจาก Opower ที่เค้าได้ลองตรวจสอบด้วยกันสรุปผลค่าเฉลี่ยออกมาว่า iPhone 6 พร้อมกับ iPhone 6 Plus ถ้าใช้งานและเสียบชาร์จตามปกติแล้วนั้นต่อปี iPhone 6 จักกินไฟอยู่ที่ 3.8 kWh พร้อมกับ iPhone 6 Plus จักกินไฟอยู่ที่ 4.2 kWh
ถ้าชาร์จไฟบ้าน iPhone 6 พร้อมทั้ง iPhone 6 Plus จะมีค่าไฟต่อปีเท่าไร
ซึ่งจากเรทดังกล่าวจากคำนวนข้ามมูลค่าค่าไฟในประเทศไทยที่ kWh เหรอหน่วยละ 1.8 บาท iPhone 6 พร้อมทั้ง iPhone 6 Plus จะมีค่าค่าไฟตกปีละ 6.84 บาท กับ 7.56 บาทเท่านั้นเอง นับว่าถูกมากๆเลยละ ซึ่งทันทีที่เปรียบเทียบกับโน้ตบุ๊คเท่ากับว่า iPhone 6 ประหยัดไฟกว่าถึง 14 เท่า และประหยัดกว่า 49 เท่าครับผม ที่บ่งได้เลยว่า iPhone 6 ถึงแม้จะแพงแต่ค่าไฟถูกมากๆเลยละ ซึ่งก็น่าจักคล้ายๆกับสมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่นๆที่น่าจักประหยัดเหมือนๆกันครับ
วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557
เมื่อไอโฟนรุ่นใหม่จะใช้สาย Lightning (มาตรฐานใหม่)
เมื่อไอโฟนรุ่นใหม่จะใช้สาย Lightning (มาตรฐานใหม่)
ดูเหมือนช่วงนี้กระแสข่าวหลุดของ iPhone 6 จะมีออกมาให้เราได้อัพเดทกันทุกวัน ล่าสุดนั้นได้ทางเว็บไซต์ www.cultofmac.com ได้นำเสนอข่าวของ Lightning รุ่นใหม่ที่จะมีการพัฒนาให้หัวเสียบของฝั่ง USB สามารถใช้งานได้แบบเดียวกับฝั่งของพอร์ท USB Lightning ที่สามารถเสียบได้ทั้งสองด้านตัดปัญหาการเสียบด้านผิดไม่ว่าผู้ใช้จะคว่ำหรือหงายนั้นเอง
เรียกได้ว่าหากข่าวที่ออกมาเป็นความจริง คงถูกใจหลายๆ คนแน่นอนเพราะไม่ต้องมานั่งดูตอนเสียบว่าจะเข้าหรือไม่เข้า และเชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยเสียบมันย้ำๆ ไปมากว่ากว่า 2 ครั้งแน่นอน
แต่หากมองกลับกันสาย Lightning ที่กำลังจะออกมาใหม่นั้นอาจจะยังไม่จำเป็นสำหรับบางคน เพราะหากพูดกันจริงๆ แล้วเรื่องที่เป็นประเด็นหลักและปัญหาคือ อายุการใช้งานของสายที่แสนสั้นย้ำอีกครั้งมันสั้นจริงๆ
เพราะฉนั้น Apple ควรหันมาให้ความสำคัญกับส่วนนี้มากกว่า เพราะราคาสายที่ต้องซื้อมาเปลี่ยนก็ไม่ใช่ถูกๆ
Source - www.cultofmac.com
วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557
รอเปิดตัวไม่ไหว คลิปแกะกล่อง iPhone 6 เครื่อง Clone มาแล้ว
รอเปิดตัวไม่ไหว คลิปแกะกล่อง iPhone 6 เครื่อง Clone มาแล้ว!
ในขณะที่ สาวกแอปเปิล ต่างใจจดใจจ่อ กับวันที่ 9 กันยายนนี้ ซึ่งถูกนัดหมายให้เป็นวันเปิดตัว iPhone 6 ตามที่ทีมงาน techmoblog เคยรายงานไปแล้วนั้น ล่าสุด ได้มีการเผยคลิปวีดีโอ แกะกล่อง iPhone 6 เครื่อง Clone ออกมาแล้วครับ เรียกได้ว่า รอเครื่องจริงเปิดตัวไม่ไหว ขอชิงรีวิวก่อนแล้วกัน
สำหรับ iPhone 6 เครื่อง Clone ตามคลิปวีดีโอนี้ เหมือนกับ iPhone 6 เครื่อง mock up ที่เคยมีภาพหลุดมาก่อนหน้านั้นทุกประการครับ แม้ว่าจะเป็นเพียง iPhone 6 Clone แต่ก็ได้รับความสนใจอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งดูเผินๆ เหมือนจะเป็น iOS 8 แต่จริงๆ แล้ว ระบบปฏิบัติการที่ใช้เป็น Android 4.4.2 KitKat ครับ
โดยสเปคของ iPhone 6 Clone เครื่องนี้ มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 960 x 540 พิกเซล, กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล และกล้องด้านหลัง 13 ล้านพิกเซล แต่เนื่องจากเป็นเครื่อง Clone จะให้ลื่นเหมือนกับ iPhone จริงๆ คงจะเป็นไปไม่ได้ สังเกตได้จากในคลิปวีดีโอครับ จะมีอาการหน่วงๆ บ้างเล็กน้อย
iPhone 6 ตัวจริงยังไม่มา ดูฝาแฝดอย่าง iPhone 6 Clone ไปก่อนนะครับ - youtube.com
สนับสนุนเนื้อหา: www.techmoblog.com
วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
งาน WWDC ปีนี้ ยังไม่มีการเปิดตัว ผลิตภัณฑ์ใหม่ [ข่าวลือ]
เหลือเวลาอีกไม่กี่สัปดาห์ ก็จะถึงงาน WWDC 2014 จากแอปเปิล ซึ่งถือว่า เป็นอีกหนึ่งงานที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากจะมีการเปิดตัว ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในงานนี้อย่างมากมายทีเดียว แต่ล่าสุด ทาง Re/code ได้เผยว่า งาน WWDC ปีนี้ จะเน้นซอฟท์แวร์มากกว่า ฮาร์ดแวร์ ฉะนั้น มีความเป็นไปได้ที่ แอปเปิล จะยังไม่เปิดตัว ผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายในงานครับ
โดยซอฟท์แวร์ที่จะเปิดตัวในงานนี้อย่างแน่นอน ก็คือ OS X 10.10 ซึ่งเป็นเวอร์ชันต่อยอดของ Maverick และจะต้องมาลุ้นกันต่อว่า แอปเปิล จะเรียกเวอร์ชันนี้ว่าอะไร ส่วนอีกอันก็คือ iOS 8 นั่นเอง ซึ่งคาดว่า น่าจะมีการเปิดตัว แอพพลิเคชั่น Healthbook ด้วย เพื่อเชื่อมโยงกับอุปกรณ์สวมใส่อย่าง iWatch ที่แว่วๆ ว่า จะเปิดตัวเร็วๆ นี้เช่นกัน
รายละเอียดเพิ่มเติม : digitaltrends.com
สนับสนุนเนื้อหา: www.techmoblog.com
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>>thaizones-hitech.blogspot.com
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

